วันจันทร์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

งานครั้งที่5 การต่อสาย LAN

การต่อสาย LAN แบบตรง

การทำสายสัญญาณ เพื่อใช้เองในบ้านหรือในสำนักงานขนาดเล็กก็ได้ วิธีการก็ไม่มีอะไรมากอย่างแรกเลยก็จัดเตรียมเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะต้องใช้ให้ครบถ้วนก่อนจะได้ไม่ต้องวิ่งหาตอนติดตั้ง โดยอุปกรณ์โดยทั่วไปก็มี สายสัญญาณหรือ UTP Cable หรือที่บ้านเราเรียกกันว่าสาย LAN แล้วก็หัว RJ-45 (Male), Modular Plug boots หรือตัวครอบสาย หากว่ามี Wry Marker แล้วก็จะมีเหมือนกันเพราะว่าจะช่วยในการทำให้เราจำสายสัญาณได้ว่าปลายด้านไหนเป็นด้านไหน ซึ่งโดยส่วนมากแล้วก็จะเป็นหมายเลข ไว้ใส่ในส่วนปลายทั้งสองด้านเพื่อให้ง่ายในการตรวจสอบระบบสายสัญญาณ คีมแค้มสายสัญญาณ หรือ Crimping Tool, มีดปอกสาย หรือ Cutter เอาละมาว่ากันเลยดีกว่าก่อนอื่นก็หยิบมีดหรือ Cutter อันเล็ก ๆ มาอันหนึ่งแล้วก็เล็งไปที่นิ้วจากนั้นก็ตัดนิ้วทิ้งไปซะ แล้วค่อยเอาหัว RJ มาต่อกับนิ้วแทน เท่านี้คุณก็สามารถเชื่อมต่อตัวคุณเองเข้าสู่ระบบเครือข่ายด้วยความไวสูงสุดถึง 100 มิลลิลิตรต่อนาที บางทีอาจจะเป็น Full Duplex Mode อีกต่างหาก ล้อเล่น ๆ เอาละนะใช้มีดปอกสายสัญญาณที่เป็นฉนวนหุ้มด้านนอกออกให้เหลือแต่ สายบิดเกลียวที่อยู่ด้านใน 8 เส้นแล้วก็จะเห็นด้ายสีขาว ๆ อยู่ให้ตัดทิ้งได้ โดยการปอกสายสัญญาณนั้นให้ปอกออกไว้ยาว ๆ หน่อยก็ได้ประมาณสัก 1 เซ็นครึ่งก็น่าจะได้นะตามตัวอย่าง จากนั้นก็ให้ใส่ Modular Plug boots เข้ากับสาย UTP ด้านที่กำลังจะต่อกับหัว RJ-45 ไว้ก่อนเลยCrimping Tool ที่จะใช้ในการแค้มหัว อันนี้เป็นของยี่ห้อ Amp ราคาในตลาดก็คงประมาณ 5,000-6,000 บาทมั้งแต่ถ้าไม่ได้ใช้เยอะก็แนะนำให้เดินซื้อแถวพันทิพย์ หรือ ศูนย์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ทุกมุมในปัจจุบันนี้ ถ้าเอาแบบพอใช้ได้ราคาก็ประมาณ 400-800 บาท คุณภาพก็พอใช้ได้นะ ผมก็เคยซื้อมาใช้หลายอันแล้ว แต่ของ Amp นี้ค่อนข้างน่าใช้และชัวร์กว่าเยอะในการเข้าสาย แต่ราคานี่สิผมว่ามันไม่ค่อยจะน่าสนเท่าไหร่ ถ้าเราไม่มีอาชีพในการทำงานด้านนี้เฉพาะหรือ ต้องมีการเดินระบบสายสัญญาณบ่อย ๆ Crimping Tool ด้านหน้าที่จะใช้แค้มสาย หลังจากที่ปอกสายเสร็จแล้วก็ให้ทำการแยกสายทั้ง 4 คู่ที่บิดกันอยู่ออกเป็นคู่ ๆ ก่อนโดยที่ให้แยกคู่ต่าง ๆ ตามลำดับต่อไปนี้

ส้ม-ขาวส้ม ---> เขียว-ขาวเขียว ---> น้ำเงิน-ขาวน้ำเงิน ---> น้ำตาล-ขาวน้ำตาล


เพื่อแบ่งสายออกเป็นหมวดหมู่ใหญ่ ๆ ก่อน จากนั้นจึงค่อยมาทำการแยกแต่ละคู่ออกมาเป็นเส้น โดยให้ไล่สีดังนี้

ขาวส้ม ---> ส้ม ---> ขาวเขียว ---> น้ำเงิน ---> ขาวน้ำเงิน ---> เขียว ---> ขาวน้ำตาล ---> น้ำตาลซึ่งสีที่ไล่นี้เป็นสีที่ใช้เป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อ ซึ่งจริง ๆ แล้วการเข้าสายมีมาตรฐานการไล่สีอยู่หลัก ๆ ก็ 2 แบบแต่ในที่นี้ผมเอาแบบนี้แล้วกันเพราะว่าส่วนมากแล้วเขาจะใช้วิธีการไล่สีแบบนี้ หลังจากจัดเรียงสีต่าง ๆ ได้แล้วก็ให้จัดสายให้เป็นระเบียบ ให้พยายามจัดให้สายแต่ละเส้นชิด ๆ กัน หลังจากนั้นให้ใช้คีมตัดสายสัญญาณที่เรียงกันอยู่นี้ให้มีระบบปลายสายที่เท่ากันทุกเส้น โดยให้เหลือปลายสายยาวออกมาพอสมควร จากนั้นก็ให้เสียบเข้าไปในหัว RJ-45 ที่เตรียมมา โดยให้หันหัว RJ-45 จุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเชื่อมต่อสายสัญญาณในช่วงนี้ก็คือต้องยัดฉนวนหุ้มที่หุ้มสาย UTP นี้เข้าไปในหัว RJ-45 ด้วย โดยพยายามยัดเข้าไปให้ได้ลึกที่สุดแล้วกัน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการหักงอของสายง่าย โดยให้ยัดเข้าไปให้ได้ดังรูปข้างล่างนี้ แล้วก็นำเข้าไปใส่ในช่องที่เป็นช่องแค้มหัวของ RJ-45 ในคีมที่จะใช้แค้มหัว หรือ Crimping Tool ให้ลงล็อกของคีมพอดี จากนั้นก็ให้ทำการกดย้ำสายให้แน่น เพื่อให้ Pin ทีอยู่ในหัว RJ-45 นั้นสัมผัสกับสายทองแดงที่ใส่เข้าไป บรรจงนิดหนึ่งนะครับในช่วงนี้ เพราะว่าเป็นช่วงหัวเลียวหัวต่อของชีวิตสายสัญญาณของคุณเลยแหละ เท่าที่ประสบการในการเข้าสายสัญญาณของผม ถ้าเป็นไอ้เจ้า Ampนี่ก็ไม่ต้องออกแรงมากเท่าไหร่ก็ OK ได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบของทั่ว ๆ ไปก็คงต้องออกแรงกดกันนิดหนึ่งแล้วกัน ท้ายที่สุดก็จะได้ปลายสัญญาณของระบบที่คุณต้องการดังกล่าวดังรูป ที่นี้ก็ไปทำอย่างที่ว่ามานี้อีกครั้งหนึ่งที่ปลายสายอีกด้านหนึ่ง แต่อย่าหลงเข้าใจผิดว่านี่เป็นสาย Cross นะ เพราะว่าสาย Cross นั้นคุณต้องทำการสลับสายสัญญาณที่เข้านี้ ลองไปดูหัวข้อ Tip of the Day นะผมแนะนำการเข้าสาย Cross ไว้ที่นั่นแล้ว เพราะว่าการเข้าสายทั้งสองแบบนี้การไล่สีของสายไม่เหมือนกัน แตกต่างกันนิดหน่อย ส่วนสาย Cross เราสามารถนำเอาไปเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องให้เป็นระบบเครือข่ายได้โดยที่ไม่ต้องใช้ HUB ได้เลย แต่ได้แค่ 2 เครื่องเท่านั้น ส่วนสายแบบที่ต่อตรง ๆ นั้นจะใช้เชื่อมต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์มายัง HUB


************************************************************************************

การ Cross สาย Lan

ของฝากวันนี้บอกเล่าเรื่องเกี่ยวกับระบบสายสัญญาณให้ฟังแล้วกันนะ หลายๆ คนคงเคยทำระบบเครือข่ายมาบ้าง และคงสงสัยอยู่ว่าบางครั้งเขาใช้สายธรรมดา บางครั้งใช้สาย Cross บ้าง แล้วสองสายนี้แตกต่างกันอย่างไรบ้าง ลองมาดูลักษณะการเชื่อมต่อภายในของสาย UTP 8 เส้นที่ว่าก่อนดีกว่าว่าเป็นยังไงบ้างดูรูปเลยแล้วกัน ถ้าเป็นการเข้าสายแบบธรรมดาหรือที่เขาใช้กันทั่วไป จะเป็นการต่อแบบที่ 1 ไป และ 2 ไป 2 จนถึง 8 ส่วนการไล่สีก็จะมีเป็นมาตรฐานกลาง ๆ ในการ ใช้ดังที่แสดงอยู่นั่นแหละ อันนี้เขาจะใช้เชื่อมต่อระหว่าง เครื่องคอมพิวเตอร์มาที่ HUB หรือ Switchingส่วนข้างล่างนี้เป็นการเข้าสายที่เราเรียกว่า Cross Cable นั่นเอง สังเกตว่าจะเป็นการสลับระหว่าง 1,2,3,6 ซึ่งเขา มักจะใช้ในกรณีของเชื่อมต่อระหว่าง HUB-to-HUB โดยที่ไม่ผ่านทาง Uplink Port คือ ต่อจาก Port ธรรมดาไป Port ธรรมดา เขาต้องใช้สาย Cross และเราสามารถนำมาดัดแปลง ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์สองเครื่องที่ต้องการต่อเป็น เครือข่ายโดยผ่านทางสาย UTP ได้โดยการใส่ LAN Card ลงที่เครื่องทั้งสองแล้วใช้สาย Cross ในการเชื่อมต่อเครื่อง ทั้งสองให้เป็นระบบเครือขโดยไม่ต้องใช้ HUB ก็ได้ส่วนสายอีก 4 เส้นที่เหลือคือ 4,5,7,8 ก็ไม่ต้องไปสลับอะไรกับมันก็ได้ เพราะว่าไม่ได้ใช้ในการส่งสัญญาณนะจ๊ะ..รูปแสดงคีมหรือ Crimping Tool ที่จะใช้ในการแค้มหัว อันนี้เป็นของยี่ห้อ Amp ราคาในตลาดก็คงประมาณ 5,000-6,000 บาทมั้งแต่ถ้าไม่ได้ใช้เยอะก็แนะนำให้เดินซื้อแถวพันทิพย์ หรือ ศูนย์คอมพิวเตอร์ที่มีอยู่ทุกมุมในปัจจุบันนี้ ถ้าเอาแบบพอใช้ได้ราคาก็ประมาณ 400-800 บาท คุณภาพก็พอใช้ได้นะ ผมก็เคยซื้อมาใช้หลายอันแล้ว แต่ของ Amp นี้ค่อนข้างน่าใช้และชัวร์กว่าเยอะในการเข้าสาย แต่ราคานี่สิผมว่ามันไม่ค่อยจะน่าสนเท่าไหร่ ถ้าเราไม่มีอาชีพในการทำงานด้านนี้เฉพาะหรือ ต้องมีการเดินระบบสายสัญญาณบ่อย ๆรูปของคีมหรือ Crimping Tool ด้านหน้าที่จะใช้แค้มสายหลังจากที่ปอกสายเสร็จแล้วก็ให้ทำการแยกสายทั้ง 4 คู่ที่บิดกันอยู่ออกเป็นคู่ ๆ ก่อนโดยที่ให้แยกคู่ต่าง ๆ ตามลำดับต่อไปนี้

ส้ม-ขาวส้ม ---> เขียว-ขาวเขียว ---> น้ำเงิน-ขาวน้ำเงิน ---> น้ำตาล-ขาวน้ำตาล

เพื่อแบ่งสายออกเป็นหมวดหมู่ใหญ่ ๆ ก่อน จากนั้นจึงค่อยมาทำการแยกแต่ละคู่ออกมาเป็นเส้น โดยให้ไล่สีดังนี้

ขาวส้ม ---> ส้ม ---> ขาวเขียว ---> น้ำเงิน ---> ขาวน้ำเงิน ---> เขียว ---> ขาวน้ำตาล ---> น้ำตาลซึ่งสีที่ไล่นี้เป็นสีที่ใช้เป็นมาตรฐานในการเชื่อมต่อ ซึ่งจริง ๆ แล้วการเข้าสายมีมาตรฐานการไล่สีอยู่หลัก ๆ ก็ 2 แบบแต่ในที่นี้ผมเอาแบบนี้แล้วกันเพราะว่าส่วนมากแล้วเขาจะใช้วิธีการไล่สีแบบนี้ หลังจากจัดเรียงสีต่าง ๆ ได้แล้วก็ให้จัดสายให้เป็นระเบียบ ให้พยายามจัดให้สายแต่ละเส้นชิด ๆ กัน ดังรูปหลังจากนั้นให้ใช้คีมตัดสายสัญญาณที่เรียงกันอยู่นี้ให้มีระบบปลายสายที่เท่ากันทุกเส้น โดยให้เหลือปลายสายยาวออกมาพอสมควร จากนั้นก็ให้เสียบเข้าไปในหัว RJ-45 ที่เตรียมมา โดยให้หันหัว RJ-45 ดังรูปจากนั้นค่อย ๆ ยัดสายที่ตัดแล้วเข้าไป โดยพยายามยัดปลายของสาย UTP เข้าไปให้สุดจนชนปลายของช่องว่าในหัว RJ-45 เลยจุดสำคัญอีกอย่างหนึ่งในการเชื่อมต่อสายสัญญาณในช่วงนี้ก็คือต้องยัดฉนวนหุ้มที่หุ้มสาย UTP นี้เข้าไปในหัว RJ-45 ด้วย โดยพยายามยัดเข้าไปให้ได้ลึกที่สุดแล้วกัน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการหักงอของสายง่าย โดยให้ยัดเข้าไปให้ได้ดังรูปข้างล่างนี้แล้วก็นำเข้าไปใส่ในช่องที่เป็นช่องแค้มหัวของ RJ-45 ในคีมที่จะใช้แค้มหัว หรือ Crimping Tool ให้ลงล็อกของคีมพอดี จากนั้นก็ให้ทำการกดย้ำสายให้แน่น เพื่อให้ Pin ทีอยู่ในหัว RJ-45 นั้นสัมผัสกับสายทองแดงที่ใส่เข้าไป บรรจงนิดหนึ่งนะครับในช่วงนี้ เพราะว่าเป็นช่วงหัวเลียวหัวต่อของชีวิตสายสัญญาณของคุณเลยแหละ เท่าที่ประสบการในการเข้าสายสัญญาณของผม ถ้าเป็นไอ้เจ้า Amp นี่ก็ไม่ต้องออกแรงมากเท่าไหร่ก็ OK ได้เลย แต่ถ้าเป็นแบบของทั่ว ๆ ไปก็คงต้องออกแรงกดกันนิดหนึ่งแล้วกันอ้า...ท้ายที่สุดก็จะได้ปลายสัญญาณของระบบที่คุณต้องการดังกล่าวดังรูป ที่นี้ก็ไปทำอย่างที่ว่ามานี้อีกครั้งหนึ่งที่ปลายสายอีกด้านหนึ่ง แต่อย่าหลงเข้าใจผิดว่านี่เป็นสาย Cross นะ เพราะว่าสาย Cross นั้นคุณต้องทำการสลับสายสัญญาณที่เข้านี้ ลองไปดูหัวข้อ Tip of the Day นะผมแนะนำการเข้าสาย Cross ไว้ที่นั่นแล้ว เพราะว่าการเข้าสายทั้งสองแบบนี้การไล่สีของสายไม่เหมือนกัน แตกต่างกันนิดหน่อย ส่วนสาย Cross เราสามารถนำเอาไปเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ 2 เครื่องให้เป็นระบบเครือข่ายได้โดยที่ไม่ต้องใช้ HUB ได้เลย แต่ได้แค่ 2 เครื่องเท่านั้น ส่วนสายแบบที่ต่อตรง ๆ นั้นจะใช้เชื่อมต่อจากเครื่องคอมพิวเตอร์มายัง HUB


***************************************

Pin# Signal EIA/TIA 568A EIA/TIA 568B1

1.Transmit+ ขาวเขียว ขาวส้ม
2 .Transmit+ เขียว ส้ม
3. Receive+ ขาวส้ม ขาวเขียว
4. N/A น้ำเงิน น้ำเงิน
5. N/A ขาวน้ำเงิน ขาวน้ำเงิน
6. Receive- ส้ม เขียว
7. N/A ขาวน้ำตาล ขาวน้ำตาล

8 .N/A น้ำตาล น้ำตาล


******************************** ****

วันพุธที่ 25 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เรียนวัน อังคารที่ 24 มิถุนายน 2551

ข้อสอบเครื่อข่ายอินเทอร์เน็ต
1.อินเทอร์เน็ตเหมาะกับงานประเภทใด
ก.งานที่ต้องการรับ/ส่งข้อมูล
ข.พิมพ์
ค. เกมส์ งาน
ง. ถูกทุกข้อ

...........................................................

2. หากต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเชื่อกันหลายเครื่องควรใช้ระบบใด
ก. ระบบไร้สาย
ข. ระบบอินฟาเรต
ค. ระบบบลูทูธ
ง. ระบบLAN

......................................................

3. IEEE 802.5 เป็นเทคนิค Token Ring ของ IBM โดยกำหนด Token Package ในการเชื่อมต่อ มีความเร็วเท่าใด
ก. 5 , 6 ,และ14
ข. 1, 4, และ 16
ค. 3, 7, และ 15
ง. 1, 7, และ 16

......................................................

4. IEEE 802.9 รองรับ 10 Mbps asynchronous channels ส่งข้อมูลเป็นกระแส หรือเรียกว่า Isochronous Ethernet (IsoEnet) เป็นการผสมระหว่าง bursty และ time-critical traffic มี Bandwidth ได้กี่ Mbps
ก. 14 Mbps
ข. 16 Mbps
ค. 15 Mbps
ง. 17 Mbps

....................................................

5.ข้อใดเป็นข้อดีของสายเคเบิลสายโคแอกเชียลแบบหนา
ก. ถูกสุด
ข. ดูแลรักษาง่าย
ค. ใช้เป็นเครือข่ายกระดูกสันหลังภายในตึก

ง. เชื่อมโยงระหว่างตึกทนทานต่อการถูกรบกวนได้เป็นอย่างดี

........................................................

6. สายคู่ตีเกลียวมี Node เท่าใหร่
ก. 1024
ข. 100
ค. 500
ง. 600

...................................................

7. ข้อเสียของสายใยแก้วนำแสง คือข้อใด
ก. ถ้าสายเคเบิลขาดหรือหัวต่อหลวมจะทำให้ระบบเสียหาย
ข. ความยาวของสายถึงฮับสั้นและฮับขนาดใหญ่
ค. ใช้เป็นเครือข่ายกระดูกสันหลังภายในตึก
ง. ราคาแพง

...................................................

8. 10Base2 คือสายเคเบิลชนิดใด
ก. สายโคแอกเชียลแบบบาง
ข. สายคู่ตีเกลียว
ค. สายใยแก้วนำแสง
ง. สายโคแอกเชียลแบบหนา

................................................

9. ฟาสต์อีเทอร์เน็ตหรือมักเรียกว่า อีเทอร์เน็ตความเร็วสูง จัดเป็นเวอร์ชั่นหนึ่งของอีเทอร์เต ซึ่งมีความเร็วกี่ เมกะบิตต่อวินาที
ก. 150
ข. 200
ค. 100
ง. 300

.............................................

10. กลไกตัวนี้จะทำการเพิ่มความยาวของเฟรมที่มีขนาดน้อยกว่า 512 ไบต์ โดยจะทำการเพิ่มข้อมูลเข้าไปยังส่วนท้ายของเฟรมเพื่อให้เฟรมข้อมูลนั้นมีขนาดเท่ากับ 512 ไบต์ เหตุที่ต้องทำเช่นนี้เนื่องมาจากว่าใน Ethernet แบบแรกที่ความเร็ว กี่ Mbps
ก. 10 Mbps
ข. 15 Mbps
ค. 20 Mbps
ง. 5 Mbps


***********************************


ข้อสอบ คำสั่งตรวจซ่อม
1. หากต้องการดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol ควรใช้คำสั่งใด
ก. ping
ข. ipconfig
ค. netstatsk
ง. ARP

.......................................................................................

2. คำสั่ง tracert ใช้ตรวจสอบอะไร
ก. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ข. ตรวจสอบการเดินทางไปยังปลายทาง
ค. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ง. ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง
........................................................................................

3. คำสั่ง ping ใช้ตรวจสอบอะไร
ก. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ข. ตรวจสอบการเดินทางไปยังปลายทาง
ค. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ง. ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง

.......................................................................................

4.คำสั่ง ARP ใช้ตรวจสอบอะไร
ก. ดูหมายเลข card lan
ข. ตรวจสอบการเชื่อมต่อ
ค. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ง. ค่าต่าง ๆ ภายในเครื่อง

.......................................................................................

5.หากตรวจสอบ ping แล้ว ขึ้น ภาษาต่างดาว เพราะเหตุใด
ก. เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ไม่มีตัวตน หรือยังไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย
ข. คีย์ข้อมูลผิด
ค. คอมพัง หรือคอมพิวเตอร์โดนไวรัส
ง. ถูกเฉพาะ ข , ค

........................................................................................

6. ข้อใดเป็นวิธีการใช้คำสั่ง
ก. เลือก Programs --> Start -->MS-DOS Prompt
ข. เลือก Start -->Programs -->MS-DOS Prompt
ค. เลือก MS-DOS Prompt -->Programs --> Start
ง. ผิดทุกข้อ

..........................................................................................

7. Ping /? คืออะไร
ก. คอมพัง หรือคอมพิวเตอร์โดนไวรัส
ข. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ค. เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ไม่มีตัวตน หรือยังไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย
ง. ตรวจสอบ option ของ ping

......................................................................................

8. การ ping เป็นการทดสอบอะไร
ก. เครื่องคอมพิวเตอร์ปลายทาง ไม่มีตัวตน หรือยังไม่ได้เชื่อมต่อกับเครือข่าย
ข. ทดสอบว่าเส้นทางสื่อสารจากเครื่องที่ใช้อยู่ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในเครือข่าย ว่ายังใช้การได้อยู่หรือไม่
ค. ดูสถิติในระบบ,สถานะ,protocol
ง. ARP

........................................................................................

9. หากต้องการค้นคำสั่งอื่นๆ ที่น่าสนใจ ต้องใช้คำสั่งใหน
ก. ping
ข. ARP
ค. ipconfig/all
ง. tracert

.......................................................................................

10. ข้อใดเป็นค่าของ ping
ก. Ping 10:10:2:138
ข. Ping 10,10,2,138
ค. Ping 10;10;2;138
ง. Ping 10.10.2.138






************************The End****************************


วันพุธที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2551

งานครั้งที่3

CIDR class A , B , C



class A

N.H.H.H = 11111111 . 11000000 . 00000000 . 00000000
Masle bit Subnet Mask Subnet Subnet Host Subnet * Host
2 255.192.0.0 2 4194302 ?



Class B

N.N.H.H. 11111111 . 11111111 . 11111100 . 00000000
Masle bit Subnet Mask Subnet Subnet Host Subnet Host
6 255.255.252.0 62 1022 ?




Class C

N.N.N.H. 11111111 . 11111111 . 11111111 . 11110000
Masle Bit Subnet Mask Subnet Subnet Host Subnet Host
4 255.255.255.240 14 14 ?




ข้อ2 ออกข้อสอบปรนัย ( พร้อมเฉลย 10 ข้อ )

1. หมายเลข Subnet ของ Mart 5 bit ของ Class B มีค่าเท่ากับเท่าใด

A. 255.255.248.0

B. 255.255.254.0

C. 255.255.0.0

D. 255.255.246.0

*******************************************

2. หมายเลข Subnet ของ Mart 4 bit ของ Class C มีค่าเท่ากับเท่าใด

A. 255.255.255.0

B. 255.255.0.0

C. 255.255.254.0

D. 255.255.255.240

*****************************************

3. วิธีการหา Subnet หาอย่างไร

A. Subnet= 2^Martbit = n - 2 = ?

B. Subnet = 2^Host = n-2 = ?

C. Subnet = 2^Martbit = ?

D. ไม่มีข้อถูก

*********************************************

4. Mart 3 bit ได้กี่ Host ของ Class B

A. 2^3 = 8 - 2 = 6 Host

B. 2^3 = 6 - 2 = 4 Host

C. 2^13 = 26 -2 = 24 Host

D. 2^13 = 8192 - 2 = 8190 Host

***********************************************

5. Mart 6 bit ได้กี่ Host ของ Class C

A. 2^6 = 12 - 2 = 10 Host

B. 2^2 = 4 - 2 = 2 Host

C. 2^6 = 64 - 2 = 62 Host

D. 2^3 = 6 -2 = 4 Host

***************************************************

6. หมายเลข Subnet ของ Mart 2 bit ของ Class A มีค่าเท่ากับเท่าใด

A. 255.255.255.0

B. 255.255.0.0

C. 255.192.0.0

D. 255.255.192.0

***********************************************

7. Mart 3 bit ได้กี่ Subnet ของ Class A

A. 2^3 = 10 - 2 = 8 Subnet

B. 2^3 = 8 - 2 = 6 Subnet

C. 2^21 = 2097152 - 2 = 2097150 Subnet

D. 2^21 = 2097258 - 2 = 2097256 Sunet


****************************************************

8. Mart 6 bit ได้กี่ Subnet ของ Class B

A. 2^6 = 64 - 2 = 62 Subnet

B. 2^6 = 54 - 2 = 52 Subnet

C. 2^10 = 1024 - 2 = 1022 Subnet

D. 2^10 = 920 -2 = 918 Subnet


********************************************************

9. Mart 5 bit ได้กี่ Subnet ของ Class C

A. 2^5 = 8 - 2 = 6 Subnet

B. 2^5 = 32 -2 = 30 Subnet

C. 2^3 = 8 - 2 = 6 Subnet

D. 2^3 = 10 - 2 = 8 Subnet

**********************************************

10. Mart 4 bit ได้กี่ Host ของ Class A

A. 2^4 = 16 - 2 = 14 Host

B. 2^4 = 8 - 2 = 6 Host

C. 2^20 = 1048576 - 2 = 1048574 Host

D. 2^20 = 1048426 - 2 = 1048424 Host

****************************************************

ข้อสอบอัตนัย 10 ข้อ

1. Mark 6 bit ของ Class B ได้กี่ Host

= 2^10 = 1024 - 2 = 1022 Host

2. Mart 3 bit ของ Class C ได้กี่ Host

=2^5 = 32 -2 = 30 Host

3. Mart 7 bit ของ Class A ได้กี่ Subnet

=2^7 = 128 - 2 = 124 Subnet

4. Mart 6 bit Class A หมายเลข Subnet อะไร

=255.252.0.0

5. Mart 5 bit Class B หมายเลข Subnet อะไร

=255.255.248.0

6. Mart 3 bit Class C หมายเลข subnet อะไร

=255.255.255.224

7. Mark 5 bit ของ Class A ได้กี่ Subnet

= 2^5 = 32 - 2 = 30 Subnet

8. Mark 6 bit ของ Claass B ได้กี่ subnet

= 2^6 = 64 - 2 = 62 Subnet

9. Mark 7 bit ของ Class C ได้กี่ Subnet

=2^7 = 128 - 2 = 126 Subnet

10. Mark 5 bit ของ Class A ได้กี่ Host

= 2^19 = 524288 - 2 = 524286 Host




~~~~~~~***************************************~~~~~~~~

วันพุธที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2551

เรียน วันอังคาร ที่ 10 มิถุนายน 2551

1.Post Blog (copy URL เพื่อน Post )

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: Chaloempol Yokyuth (geng_gtr@hotmail.com)
http://chaloempol.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: Parina Polngam (nongnanfar@hotmail.com)
http://parina-nang.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ณัฐวุฒิ วรรณา (kon.jai.ray@hotmail.com)
http://e-wutdy.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: วีระชัย ชินทอง (weerachaidong@hotmail.com)
http://weedong.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ศิริลักษณ์ ใจโชติ (tum.naruk@hotmail.com)
http://pinkzosay.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นางสาวธนาภา บุญร่วม (tip21_@hotmail.com)
http://tanapa.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ความรักทำให้คนตาบอด บูดาเบส (b_boy.eg@hotmail.com)
นายเอกวิทย์ ประทีปธนากร 491225226
http://ekawit.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: pornpun intanun (nuthicha@hotmail.com)
http://nuthicha.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นางสาวสุนันทา จันมนตรี (rosri21@hotmail.com)
http://rosri.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นิโรบล ศรีวิชัยยศ (tanoy17@hotmail.com)
http://yakumi-tanoy.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ธวัชชัย ปรือปรัง (sek.7@hotmail.com)
http://dekduecub.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: นายสุวัฒน์ บัวจันทร์ (kero_pee_1@hotmail.com)
http://keropee.blogspot.com

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ประครอง วันทะวงษ์ (auto_7991@hotmail.com)
http://roseka.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ชัชวาล ถิ่นนาไห (dexonhud@hotmail.com)
URL: http://chadchawal.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: สมปอง แสงสิงห์ (sompong.sangsing@hotmail.com)
http://sompong19.blogspot.com

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: ธงชัย ราชสิฃห์ (pktp_9@hotmail.com)
http://dexhudmai.blogspot.com/

YYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYYY

From: วิทยา สุดหล้า (teawit.la@hotmail.com)
http://longchimyung.blogspot.com/

2.สรุป basic ‘s datacommunication
Communication การย้ายข้อมูลจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง เพื่อให้เกิดประโยชน์เทคโนโลยีสมัยนี้มีการเชื่อมต่อกันทั่วโลก
Why Study Data Communication?
เพื่อที่จะได้วิธีการย้ายข้อมูลที่ถูกต้อง และในสมัยก่อนมีความลำบากมากในการสื่อสาร จึงนำมาเป็นตัวแทนในการสื่อสาร
นิยามการสื่อสารข้อมูล
การสื่อสารข้อมูล หมายถึง กระบวนการถ่ายทอด หรือการรับ-ส่งข้อมูล จากจุดใดจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง ผ่านสื่อชนิดใดๆก็ได้ โดยข้อมูลจะหมายถึง ข้อความ รูปภาพ หรือสัญลักษณ์ก็ได้ การสื่อสารข้อมูลโดยปกติเกิดขึ้นระหว่าง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หรือคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 2 เครื่องขึ้นไป


3.OSI Model

แบบจำลอง OSI Model

Destination Source
7 Applpication Applpication
6 Presentation Presentation
5 session session
4 Transport Transport
3 Network Network
2 data Link data Link
1 Physical Physical


4.Basic’s IP Address

มีขนาด 32 บิต
ประกอบด้วยเลข 2 ส่วน
เลขเครือข่าย (network number)
เลขโฮสต์ (host number)
รูปแบบการเขียน “dotted decimal”
แบ่งเป็น 4 ไบต์
คั่นแต่ละไบต์ด้วยจุด (dot)

เราเตอร์ (Router)
ใช้เลขเครือข่ายเลือกเส้นทางส่ง packet
โฮสต์ที่มี netid ชุดเดียวกัน
จะอยู่เครือข่ายเดียวกัน
สื่อสารกันได้โดยใช้เฟรม data-link
ไม่ต้องใช้เราเตอร์

โฮสต์ที่มี netid ต่างกัน
จะอยู่ต่างเครือข่าย
เราเตอร์จะส่ง packet ข้ามเครือข่าย

5.แปลง IP
–29.143.26.68
–98.68.72.85

29.143.26.68= 00011101.10001111.00011010.01000100
98.68.72.85= 01100010.01000100.01001000.01010101

6.CIDR
•/23
•/15
•/18

/23= 11111111.11111111.11111110.00000000
subnet=255.255.254.0
host=2^9=512-2=510host

/15= 11111111.11111110.00000000.00000000
subnet=255.254.0.0
host=2^17=131,072-2=131,070host

/18= 11111111.11111111.11000000.00000000
subnet=255.255.192.0
host=2^14=16,384-2=16,382

วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2551

งานครั้งที่1

ชื่อ ยุพาพิน บุตรราชเทพ
รหัสนักศึกษา 4912252240
เบอร์โทร 0878725877

Name

Y 59 0011 1011

U 55 0101 0101

P 50 0011 0010

A 41 0100 0001

P 50 0011 0010

I 49 0011 0001

N 4E 0100 1110

20 0010 0000

B 42 0010 1010

U 55 0101 0101

D 44 0010 1100

R 52 0011 0100

A 41 0100 0001

D 44 0010 1100

C 43 0010 1011

H 48 0011 0100

T 54 0011 0100

H 48 0011 0000

E 45 0010 1101

P 50 0011 0010



ID

4 34 0011 0100

9 39 0011 1001

1 31 0011 0001

2 32 0011 0010

2 32 0011 0010

5 35 0011 0101

2 32 0011 0010

2 32 0011 0010

4 34 0011 0100

0 30 0011 0000



TEL

0 30 0011 0000

8 38 0011 1000

7 37 0011 0111

8 38 0011 1000

7 37 0011 0111

2 32 0011 0010

5 35 0011 0101

8 38 0011 1000

7 37 0011 0111

7 37 0011 0111